หากอยากสัมผัสกับธรรมชาติที่ยังไม่ปรุงแต่ง ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตแบบชาวบ้านบนเกาะที่นับถือศาสนาอิสลามกว่า 90% ที่เกาะยาวใหญ่
เกาะยาวใหญ่เป็นตำบลหนึ่งในจังหวัดพังงา อาจจะไม่คุ้นหูสำหับคนบางคน เกาะยาวเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่แลยาวสมดั่งชื่อ ลักษณะภูมิประเทศ มีลีกษณะเป็นเกาะ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ทอดตัวยาวตามแนวเหนือใต้ ทางด้านตะวันออกมีที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบตามหุบเขา มีชายหาดสวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยว มีสภาพดินฟ้าอากาศเหมือนกับจังหวัดภูเก็ต แบ่งออกเป็น 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน สภาพอากาศในฤดูร้อน ไม่ร้อนนัก เนื่องจากได้รับลมจากทะเลตลอด ฤดูกาล ส่วนในฤดูฝนได้รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย ฝนตกชุกและเกือบตลอดปีและระหว่างภูเขา นอกจากนี้ยังสิ่งทีน่าสนใจนอกจากความงามของแหล่งท่องเที่ยวทั้งที่อยู่บนเกาะและรอบเกาะ ก็คือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เปรียบเสมือนพี่น้องกันและวัฒนธรรมของคนบนเกาะที่นับถือศาสนาอิสลาม เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมีหลักฐานว่าบรรพบุรุษของคนที่เกาะยาวได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่สมัยสงครามโลกนั้น อพยพมาจากชายฝั่งเมืองตรัง เมืองสตูล ซึ่งศาสนาเดิมที่นับถือก็คือศาสนาอิสลาม จึงเป็นเหตุให้คนบนเกาะนับถือศาสนาอิสลามเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ประเพณีวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เช่น
ละหมาดฟัรฎูประจำวัน
การละหมาดเป็นการกราบไหว้เคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์) ในศาสนาอิสลาม ในแต่ละวันแบ่งออกเป็น 5 เวลา เป็นสิ่งที่มุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติทุกวันตราบใดที่มีชีวิตอยู่ คือ
- ละหมาดซุบฮี คือ เริ่มเวลาฟ้าสางจนตะวันขึ้น
- ละหมาดซุฮฺรี คือ เริ่มเวลาบ่ายคล้อยจนเงาของสิ่งหนึ่งสิ่งใดทอดยาวออกไปเท่าตัว
- ละหมาดอัสรี คือ ละหมาดตอนเย็น อนึ่งเมื่อหมดเวลาละหมาดซุฮฺรี ก็เริ่มเข้าเวลาละหมาดอัสรี ไปจนถึง
ตะวันลับขอบฟ้า
- ละหมาดมัฆริบ คือ การละหมาดในเวลาพลบค่ำ เริ่มตั้งแต่ตะวันลับขอบฟ้าจนสิ้นแสงตะวัน
- ละหมาดอีชาอ์ คือ เริ่มตั้งแต่สิ้นแสงตะวัน ไปจนถึงเข้าเวลาละหมาดซุบฮิ
ละหมาดญุมอัต (ละหมาดวันศุกร์)
ทุกวันศุกร์บรรดามุสลิม (โดยเฉพาะผู้ชาย) จะไปละหมาดที่มัสยิดร่วมกันในช่วงเวลาบ่ายคล้อย ก่อนละหมาดจะมีการอ่านคุตบะฮ์ (คำตักเตือนให้การมีการทำความดี ละทิ้งความชั่ว) ซึ่งจะมีการปฏิบัติเช่นนี้ทุกอาทิตย์ ผู้ชายที่ขาดไปทำละหมาดวันศุกร์ติดต่อกัน 3 อาทิตย์ถือว่าสิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิม
การแต่งกาย
ชาวเกาะยาวได้เปลี่ยนแปลงการแต่งกายไปตามกาลสมัย ในสมัยโบราณผู้หญิงจะนุ่งโสร่งปาเต๊ะ สวมเสื้อเข้ารูปคลุมผ้าคลุมศีรษะ ผู้ชายจะนุ่งโสร่งตาหมากรุก ใส่หมวกขาว หรือผ้าบัน ปัจจุบันผู้หญิงก็มีทั้งที่แต่งกายแบบเดิม และมีการเปลี่ยนในส่วนของเสื้อแต่การนุ่งโสร่งปาเต๊ะก็ยังมี สวมกางเกงมีน้อยมาก
ใช้ผ้าคลุมศีรษะที่ทำสำเร็จรูป ผู้ชายแต่งกายตามสมัยนิยม
นิกะฮ์
คือ การประกาศการเป็นสามี ภรรยา ตามหลักศาสนาอิสลาม หลังจากนิกะฮ์ จะมีการจัดงานแต่งงาน หรือไม่มีก็ได้เพราะถือเป็นการกระทำถูกหลักศาสนาอิสลามแล้ว ทั้งนี้การนิกะฮ์นั้นฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงต้องเป็นมุสลิม หรือคนศาสนาอื่นที่เข้ารับอิสลาม แล้วเริ่มด้วยผู้ใหญ่ฝ่ายชายทาบทามผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิง ที่ทั้งคู่ชอบพอกัน เมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายชายได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงต้องสอบถามลูกสาวตนเองว่าชอบพอฝ่ายชายหรือเปล่า ถ้าลูกสาวตอบตกลงผู้ใหญ่ฝ่ายจะต้องไปพูดคุยตกลงกันกับผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงอีกครั้ง เพื่อกำหนดวันแต่ง และอื่นๆ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำการตกลงกันให้เรียบร้อย แล้วกำหนดวันแต่งงาน โดยให้ผู้มีความรู้เรื่องดูฤกษ์ เป็นผู้กำหนด วันอันเป็นมงคล เมื่อถึงกำหนดวันมงคล หมอบ่าวก็ต้องทำพิธีพาเจ้าบ่าวไปบ้านเจ้าสาว เรียกว่า การพาบ่าวระหว่างทางมีการร้องเพลงพาบ่าว ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวก็เตรียมสำหรับนิกะฮ์ในพิธีนี้ ผู้นำทางศาสนา หรือพ่อเจ้าสาวเป็นผู้นิกะฮ์ให้โดยในพิธีพ่อของเจ้าสาวต้องถามเจ้าสาวก่อนว่าเธอยอมรับผู้มาสู่ขอเป็นสามีหรือไม่ ถ้าลูกสาวยอมรับ ฝ่าชายก็เอาขันหมากออกมานับเงินที่เป็นสินสอด เป็นการแสดง ว่าเงินทองนั้นครบตามตกลงกันไว้ แล้วพ่อเจ้าสาวกล่าวคำนิกะฮ์ แล้วเจ้าบ่าวกล่าวตามและตอบรับคำ นิกะฮ์ แล้วผู้ทำพิธีถามพยานว่าถูกต้องชัดเจนหรือไม่ ถ้าถูกต้องเป็นอันเสร็จพิธี หลังจากนั้นมีการเลี้ยงอาหารกับผู้มีเกียรติ
รดน้ำ
การรดน้ำเป็นพิธีหนึ่งของการแต่งงาน คือ ชาวเกาะยาว เมื่อแต่งงานส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอแล้วปล่อยให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตลอดทั้งคืน รุ่งเช้า เจ้าบ่าว เจ้าสาวจะนั่งคู่กันที่ขั้นบันได ผู้เป็นพ่อแม่เอาน้ำมนต์ที่อยู่ในกามารดลงที่เจ้าบ่าวละเจ้าสาวจนเปียก บ้านที่ไม่มีบันไดให้นั่งเก้าอี้แทน
การทำบุญชักเรือ หรือการทำนู่หรีลงจากคานเรือ โดยมีวิธีเชิญผู้รู้ หรือผู้นำทางศาสนาทำพิธีสวดมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลกับเครื่องมือทำมาหากินของชาวประมง ซึ่งมีของที่ใช้ทำพิธี คือ ข้าวเหนียวเหลือง ข้าวเหนียวขาว แกงไก่ โดยเฉพาะไก่ขาว คือไก่ที่มีขนสีขาวจะได้รับความนิยมมาก เพราะถือว่าสีว่าเป็นสีบริสุทธิ์ แกงเป็ด เมื่อผู้ทำพิธีเสกน้ำเสร็จ ให้เจ้าของเรือเอาน้ำกับย่านม้า (พืชสมุนไพรที่ คนสมัยก่อนใช้สระผม ) สระหัวหรือเอาใบเฉียงพร้าจุ่มน้ำมนต์พรมให้ทั่วเรือ ตาม ด้วยแป้งหอม แล้วรมควันด้วยกำยานให้ ตลอดลำเรือ แล้วนำผ้า 3 สี (แดง ขาว น้ำเงิน) ผูกรวมกันที่หัวเรือ เชื่อกันว่าไม้ที่นำมาทำเรือมีแม่ย่านางสถิตอยู่ เปรียบได้เหมือนผู้หญิงที่รักสวยรักงามแม้แต่การตั้งชื่อเรือแต่ละลำคล้ายชื่อผู้หญิง เช่น ตั้งชื่อเรือโดยใช้ชื่อของลูกสาว เป็นต้น
การลงเสาเอก
เมื่อมีการสร้างบ้านทุกครั้ง ต้องมีของมีค่าและเป็นสิริมงคลในฐานเสาแรก เช่น เหรียญเงิน ทองคำ ไว้ในฐาน บนปลายเสา
จะผูกด้วยรวงข้าว มะพร้าวงอก และผ้าสามสี (ขาว แดง น้ำเงิน) เพราะเชื่อกันว่า
-รวงข้าว สื่อความหมายว่า ให้ได้เข้ามาในการทำมาหากินอย่างไม่ขาดตอน
-ด้าย สื่อความหมายว่า ให้ได้เข้ามาสิ่งที่เจ้าของบ้านปรารถนา
-มะพร้าวงอก สื่อความหมายว่า ความมั่นคงเจริญงอกงามของเจ้าของบ้านและสมาชิกในบ้าน
การทำนู่หรี คือ การทำบุญในท้องถิ่นเกาะยาว มีการทำบุญหลายแบบ ทั้งทำบุญขึ้นบ้านใหม่ โกนหัวเด็ก ทำบุญให้คนตาย (ขอจากพระผู้เป็นเจ้า). แต่ทุกครัวเรือนทุกคนถือปฏิบัติเหมือนกัน เป็นการทำอาหารเลี้ยงคนจำนวนมากที่มาร่วมพิธี ก็คล้ายกับการทำบุญของศาสนาพุทธ
เฝ้าเปลว (สุสาน)
คือ การอ่านคัมภีร์อัล-กุรฺอาน ที่กุโบร์ (หลุมศพ) หลังจากมีคนตาย โดยจะญาติของผู้ตายและคนในหมู่บ้านปลัดเปลี่ยนกันเฝ้า โดยขึ้นอยู่กับเจ้าภาพว่าจะเฝ้ากี่คืน บางคนก็ 3 บางคนก็ 7 แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กๆอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ประลุสภาวะก็ไม่ต้องเฝ้า เพราะถือว่ายังไม่มีบาป และบางนิกาย ก็ไม่มีการเฝ้าเปลว เมื่อมีการฝังศพแล้ว ก็เป็นว่าเสร็จสิ้น
ใส่สี่สิบ
คือ เมื่อมีการเสียชีวิตของคนในครอบครัว เมื่อครบกำหนดการตาย 40 วัน ครอบครัวที่มีผู้เสียชีวิตนั้น ก็มีการทำบุญ (นู่หรี) เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต
ขึ้นเปล
เป็นพิธีกรรมของคนเกาะยาว เมื่อครอบครัวมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้น เด็กทารกเกิดได้ 7 วัน ครอบครัวก็จัดพิธีขึ้นเปลในพิธีมีการมีการโกนผมไฟ (ผมที่ติดมาตั้งแต่เกิด) โดยมีผู้นำทางศาสนาเป็นผู้ทำพิธี คือ เขาจะเอาฮ้องมาแตะปากเด็กทารก แล้วอุ้มเด็กส่งต่อไปให้ผู้เข้าร่วมพิธีจนครบทุกคนแล้ว ใส่เด็กให้นอนบนเปลที่ทำขึ้นมา แล้วตั้งชื่อให้เด็กเสร็จพิธีแล้วจึงทะบุญ (นู่หรี)
พิธีเข้าสุนัต
เป็นพิธีกรรมการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชาย ที่นับถือศาสนาอิสลาม ชาวเกาะยาวนิยมทำพิธีเข้าสุนัตให้กับบุตรหลานตอนอายุ 5 - 8 ขวบ ในสมัยโบราณทำ ตอนอายุ 9 -14 ปี ปัจจุบันเครื่องมือที่ใช้ขลิปทันสมัยจึงทำตั้งแต่อายุน้อยๆ จากการบอกเล่าของคนสมัยโบราณจะมีการตัดด้วยมีด แต่ปัจจุบันตัดกับใบมีดผ่าตัด หรือตัดกับกรรไกรแล้วใช้เข็มเย็บแผล พร้อมรับประทานยาแก้ปวดและแกอักเสบ ใช้เวลาประมาณ 3 - 7 วันก็หาย ในพิธีเข้าสุนัตครอบครัวที่รับเป็นเจ้าภาพักจะทำบุญเลี้ยงหมอ และบุคคลที่ไปดู ไปให้กำลังใจ ผู้ที่ไปดูจะให้เงินแก่เด็กที่เข้าสุนัตเพื่อเป็นกำลังใจ ในการทำพิธีผู้ใหญ่จะพาเด็กไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะเพศก่อนเข้าพิธี
เดือนบวช
คือ เดือนรอมฎอนตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งปีในอิสลามจะเรียกว่าฮิจญ์เราะ ห์ศักราช ซึ่งมุสลิมทั่วโลก
จะต้องถือศีลอด (บวช) โดยการการละเว้นการดื่มกิน (และข้อห้ามอื่นๆ ตามบัญญัติศาสนา) ตั้งแต่แสงอรุณขึ้นจนตะวันลับขอบฟ้า มุสลิมทุกคนจะให้ความสำคัญกับเดือนนี้เป็นอย่างมากเพราะเชื่อว่าเป็นเดือนที่ประเสริฐ ประตูนรกปิด ประตูสวรรค์เปิด
ค่ำ 27 ของการถือศีลอด เมื่อมุสลิมถือศีลอดมาจนถึงวันที่ 27 ของเดือน ในคืนนั้น ผู้ที่ศรัทธาในศาสนาจะเฝ้าภาวนาตลอดทั้งคืน ถ้าผู้ใดโชคดีผู้นั้นจะได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ หรือตามในสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานมาให้แก่เขาผู้นั้นสิ่งที่ได้มาอาจมาในรูปแบบของธรรมชาติ หลายๆ รูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งอัศจรรย์มาก
วันฮารีรายอ
คือ วันออกบวช โดยการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีการละหมาดอีดิลฟิตรี (ฮารีรายอ) ร่วมกันที่ มัสยิด มีการเลี้ยงอาหาร บริจาคทาน เยี่ยมกุโบร์ (สุสาน) เยี่ยมญาติพี่น้องต่างถิ่น ซึ่งบรรดามุสลิมชาย หญิงจะแต่งกายด้วยชุดใหม่ๆ พรมน้ำหอม ซึ่งในหนึ่งปีจะมีวันฮารีรายอสองครั้ง คือ อีดิลฟิตรี และอีดิลอัฎฮา
เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์
ในทุกปีจะต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ยังประเทศซาอุดิอารเบีย ซึ่งเป็นการไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความน่าสนใจของคนบนเกาะแห่งนี้ ที่เราจะได้พบนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบทะเล การดำน้ำ เพราะบริเวณโดยรอบของเกาะยาวมีเกาะเล็กเกาะน้อยอีกเป็นจำนวนมากที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส
สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะสวย หาดขาว น้ำใจ อุดมไปด้วยสัตว์น้ำ
การเดินทาง
เดินทางโดยทางเรือ ขึ้นเรือตรงท่าเรือบางโรง จังหวัดภูเก็ต มีทั้งเรือเช่าเหมาลำ และเรือที่ให้บริการที่ออกเป็นรอบ มีทั้งเรือหางยาวเหมาะสำหรับคนที่ต้องการชมธรรมชาติระหว่างการเดินทาง อัตราค่าบริการคนละ 120 บาทต่อคน ซึ่งจะถูกกว่า Speed Boat ที่เป็นเรือที่มีความเร็ว อัตราค่าบริการคนละ 200 บาทต่อคน