ป้ายกำกับ

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ความหมายและความสำคัญของการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยว หมายถึง การเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ส่วนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่างๆ มาผลิตบริการอย่างใดอย่างหนึ่งด้านการท่องเที่ยว ที่ก่อให้เกิดความสะดวกสบายหรือความพึงพอใจ และขายบริการด้านการท่องเที่ยวนั้นให้แก่ผู้เยี่ยมเยือน 
นักท่องเที่ยว (Tourist)  คือ ผู้มาเยือนชั่วคราว ใช้เวลาเดินทางอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เวลาว่างทำกิจกรรมต่างๆหรือประกอบธุรกิจ
นักทัศนาจร (Excursionist)  คือ ผู้มาเยือนชั่วคราว ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 24 ชั่วโมง
วัตถุประสงค์ของการเดินทางท่องเที่ยว แบ่งออกได้ 3 ประการใหญ่ ได้แก่
1.             เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนานและพักผ่อน (Holiday)
2.             เพื่อธุรกิจ (Business)


3.             เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ
รูปแบบของการท่องเที่ยวเพื่อความสนใจพิเศษ
1.             การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
2.             การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม
3.             การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬา
4.             การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา
5.             การท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์
ประเภทการท่องเที่ยว
แบ่งตามสากล
1.             การท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Tourism)
2.             การท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ (Inbound Tourism)



3.             การท่องเที่ยวนอกประเทศ (Outbound Tourism)
แบ่งตามลักษณะการจัดการเดินทาง
1.             การท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ(Group Inclusive Tour: GIT)

1.1 กรุ๊ปเหมา
1.2 กรุ๊ปจัด
       2. การท่องเที่ยวแบบอิสระ (Foreign Individual Tourism: FIT)
สินค้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เหมือนหรือต่างจากสินค้าของอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างไร
สินค้าที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Goods)
สินค้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือการให้ บริการผู้บริโภคหรือผู้มาเยี่ยมเยือนไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้ ผู้มาเยี่ยมเยือนเพียงแต่ได้รับความพึงพอใจจากสิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่ได้รับเท่านั้น
สินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนที่ไปหาผู้บริโภค
ผู้บริโภคต้องเดินทางไปซื้อสินค้าและบริการ ณ สถานที่ผลิตนั้นเอง ซึ่งหมายถึงสถานที่ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวต่างๆ
สินค้าที่ไม่สูญสลาย
เป็นสินค้าและบริการที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหลายครั้ง ในบางครั้งต้องดูแลรักษาและบำรุงให้คงอยู่ในสภาพที่ดีและเสียหายน้อยที่สุด
สินค้าที่เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนกรรมสิทธิ์ก็ได้
สินค้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งที่เมื่อผู้เยี่ยมเยือนซื้อสินค้าแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ อาทิ อาหาร ของที่ระลึก เป็นต้น
บางประเภทเพียงแค่ได้สิทธิ์ในการใช้ หรือชม อาทิ การจ่ายค่าห้องโรงแรม ไม่ใช่การได้เป็นเจ้าของห้อง เพียงแต่ได้สิทธิ์ในการเข้าพักตามระยะเวลาที่ตกลง เมื่อเข้ามาที่น้ำตก ทะเล ภูเขา ผู้เยี่ยมเยือนไม่ได้เป็นเจ้าของน้ำตก ทะเล ภูเขา เพียงแต่ได้เข้ามาเยี่ยมชมความงดงามเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภท บริการอาทิ รอยยิ้ม ความช่วยเหลือ การดูแล ผู้เยี่ยมเยือนเพียงแต่ได้รับ บริการเหล่านั้นในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ได้เป็นเจ้าของ
องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว (องค์ประกอบหลัก)
1.             สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว
2.             ธุรกิจการคมนาคมขนส่ง
3.             ธุรกิจที่พักแรม
4.             ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร
5.             ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว (องค์ประกอบเสริม)
1.             ธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
2.             ธุรกิจ MICE
3.             การบริการข่าวสารข้อมูล
4.             การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย
5.             การอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกเมือง
ความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ทางเศรษฐกิจ
1.              เป็นแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศ
2.              ช่วยลดปัญหาการขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ
3.              ช่วยสร้างอาชีพและการจ้างงาน
4.              ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้
5.              ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้
ทางสังคมและวัฒนธรรม
1.             ช่วยยกมาตรฐานการครองชีพของคนในท้องถิ่น
2.             ช่วยสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่สังคม
3.             ช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
4.             ช่วยก่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา
5.             ช่วยลดปัญหาความแออัดในเมืองหลวง
6.             ช่วยเกิดให้เกิดการนำทรัพยากรที่ไร้ค่าในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า
ทางด้านการเมือง
1.             ช่วยสร้างสันติภาพและความสามัคคี
2.             ช่วยส่งเสริมความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว

ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวจากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
วิวัฒนาการของการท่องเที่ยว
อาณาจักร บาบิโลน ( Babylonian Kingdom) และ อาณาจักรอิยิปต์    ( Egyptian Kingdom)
การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ ( Historic Antiquities)  2600 ปีมาแล้วในอาณาจักรบาบิโลน และการจัดงานเทศกาลทางด้านศาสนา มีการพบหลักฐานจากข้อความที่นักเดินทางเขียนไว้ที่ผนัง หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
จักรวรรดิกรีกและจักรวรรดิโรมัน
ลักษณะการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวสมัยกรีก
เป็นการปกครองแบบนครรัฐ (City State) ทำให้ไม่มีผู้นำสั่งการให้สร้างถนน จึงนิยมเดินทางทางเรือ
สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า เป็นการเดินทางเพื่อแสวงหาความรู้ เนื่องจากสมัยกรีกนี้มีนักปราชญ์เป็นจำนวนมาก อาทิ อริสโตเติล พลาโต โซเครติส และมีการเดินทางเพื่อการกีฬา โดนเฉพาะในกรุงเอเธนส์
เมื่อมีการเดินทาง ทำให้เกิดการสร้างที่พักแรมระหว่างทาง เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเพียงแค่ห้องนอนแคบๆ เท่านั้น
สมัยโรมัน
ได้รวบรวมจักรวรรดิกรีก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร และได้นำเอาวัฒนธรรม ธรรมเนียม ความหรูหราต่างๆ ไปพัฒนาเป็นแบบโรมัน และเป็นสมัยที่การท่องเที่ยวรุ่งเรืองที่สุดในยุคโบราณ จนมีนักวิชาการปัจจุบัน กล่าวว่า แม้ว่าชาวโรมันจะมิใช่ชาติแรกที่เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เพื่อความเพลิดเพลินก็ตาม แต่ชาวโรมันก็เป็นชนชาติแรกที่แท้จริงที่สร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวระบบมวลชนเป็นครั้งแรก (Mass Tourism)  ชาวโรมันนิยมเดินทางไปชมความสำเร็จของวิทยาการของกรีก อนุสาวรีย์ต่างๆ รูปแกะสลัก ตลอดจนงานเทศกาล โดยมีโครงสร้างพื้นฐานถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นระบบ ทั้งถนนหนทาง ที่พักแรม (Inns) ร้านอาหาร ตลอดจนการรักษาความปลอดภัย
ยุคกลาง หรือ ยุคมืด ( Middle Age or Dark Age)ประมาณ ค.ศ. 500-1500
เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ศาสนาเข้ามามีบทบาทในการกำหนดการดำเนินชีวิตของผู้คน และวันหยุด (Holy Days) เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ส่วนคนชั้นกลางและชั้นสูงนิยมเดินทางเพื่อแสวงบุญ ในระยะทางไกลในเมืองต่างๆ ตามหลักฐานที่ปรากฏเป็นนิทานเรื่อง Canterbury’s tales และยุคนี้มีการเฟื่องฟูของอาชีพมัคคุเทศก์
ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ( Renaissance)
ลักษณะสำคัญของการท่องเที่ยวในยุคนี้คือ
ทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านการค้า ผู้คนเริ่มใฝ่รู้เกี่ยวกับเรื่องของยุโรปสมัยก่อน โดยเฉพาะชาวอังกฤษที่ร่ำรวย นิยมส่งบุตรชายออกเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับผู้สอนประจำตัว (Travelling Tutors) เป็นระยะเวลา 3 ปี เรียกว่าแกรนด์ทัวร์ (Grand Tour) โดยมีจุดมุ่งหมายที่ประเทศ อิตาลี และมีแกรนด์ทัวร์ เราอาจเรียกแกรนด์ทัวร์ว่า เป็นการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาก็ได้
สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18-19
สังคมเริ่มเปลี่ยนจากเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรม เกิดการล่าอาณานิคมขึ้น ที่พักแรมจึงได้รับการพัฒนามาตามลำดับ กลายมาเป็นโรงแรม แทนที่ inns ต่างๆ ซึ่งมีการโยกย้ายถิ่นฐาน ไปยังดินแดนใหม่ๆ นอกยุโรป อาทิ ไป อเมริกา และมีการพัฒนาประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ กับเรือกลไฟแบบกังหันข้างผสมใบ ทำให้เกิดการเดินทางได้เร็วขึ้น นอกจากนี้มีการพัฒนากิจการรถไฟ และในปี ค.ศ. 1841 โทมัส คุก ( Thomas Cook) ได้จัดนำเที่ยวทางรถไฟแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก ที่อังกฤษ ในขณะที่ เฮนรี เวลส์ ก็จัดกิจการนำเที่ยวขึ้นในอเมริกาเช่นกัน
ยุคศตวรรษที่ 20
การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความสะดวกสบายมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พักแรม เงินตรา เอกสารการเดินทาง จึงทำให้ผู้คนหันมานิยมการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น การเดินทางด้วยรถไฟลดน้อยลง และยังมีการพัฒนาของอุตสาหกรรมการบิน ที่เริ่มขึ้นในยุโรป ปี ค.ศ. 1919 และเริ่มขนส่งผู้โดยสาร ในช่วงหลักสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา แต่ช่วงหลังสงครามโลก ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางการสงคราม อาทิ หาดนอร์มังดีที่ฝรั่งเศส

วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สวรรค์ฝั่งอันดามัน

สวรรค์ฝั่งอันดามัน
หากอยากสัมผัสกับธรรมชาติที่ยังไม่ปรุงแต่ง  ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตแบบชาวบ้านบนเกาะที่นับถือศาสนาอิสลามกว่า 90%  ที่เกาะยาวใหญ่
เกาะยาวใหญ่เป็นตำบลหนึ่งในจังหวัดพังงา  อาจจะไม่คุ้นหูสำหับคนบางคน  เกาะยาวเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่แลยาวสมดั่งชื่อ   ลักษณะภูมิประเทศ มีลีกษณะเป็นเกาะ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ทอดตัวยาวตามแนวเหนือใต้ ทางด้านตะวันออกมีที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบตามหุบเขา มีชายหาดสวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยว มีสภาพดินฟ้าอากาศเหมือนกับจังหวัดภูเก็ต แบ่งออกเป็น 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน สภาพอากาศในฤดูร้อน ไม่ร้อนนัก เนื่องจากได้รับลมจากทะเลตลอด ฤดูกาล ส่วนในฤดูฝนได้รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย ฝนตกชุกและเกือบตลอดปีและระหว่างภูเขา นอกจากนี้ยังสิ่งทีน่าสนใจนอกจากความงามของแหล่งท่องเที่ยวทั้งที่อยู่บนเกาะและรอบเกาะ  ก็คือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เปรียบเสมือนพี่น้องกันและวัฒนธรรมของคนบนเกาะที่นับถือศาสนาอิสลาม  เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมีหลักฐานว่าบรรพบุรุษของคนที่เกาะยาวได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่สมัยสงครามโลกนั้น  อพยพมาจากชายฝั่งเมืองตรัง เมืองสตูล  ซึ่งศาสนาเดิมที่นับถือก็คือศาสนาอิสลาม  จึงเป็นเหตุให้คนบนเกาะนับถือศาสนาอิสลามเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์  ประเพณีวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เช่น
ละหมาดฟัรฎูประจำวัน
          การละหมาดเป็นการกราบไหว้เคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์) ในศาสนาอิสลาม ในแต่ละวันแบ่งออกเป็น 5 เวลา เป็นสิ่งที่มุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติทุกวันตราบใดที่มีชีวิตอยู่ คือ
- ละหมาดซุบฮี คือ เริ่มเวลาฟ้าสางจนตะวันขึ้น
- ละหมาดซุฮฺรี คือ เริ่มเวลาบ่ายคล้อยจนเงาของสิ่งหนึ่งสิ่งใดทอดยาวออกไปเท่าตัว
- ละหมาดอัสรี คือ ละหมาดตอนเย็น อนึ่งเมื่อหมดเวลาละหมาดซุฮฺรี ก็เริ่มเข้าเวลาละหมาดอัสรี ไปจนถึง 
  ตะวันลับขอบฟ้า 
- ละหมาดมัฆริบ คือ การละหมาดในเวลาพลบค่ำ เริ่มตั้งแต่ตะวันลับขอบฟ้าจนสิ้นแสงตะวัน
- ละหมาดอีชาอ์ คือ เริ่มตั้งแต่สิ้นแสงตะวัน ไปจนถึงเข้าเวลาละหมาดซุบฮิ
ละหมาดญุมอัต  (ละหมาดวันศุกร์)
          ทุกวันศุกร์บรรดามุสลิม (โดยเฉพาะผู้ชาย) จะไปละหมาดที่มัสยิดร่วมกันในช่วงเวลาบ่ายคล้อย ก่อนละหมาดจะมีการอ่านคุตบะฮ์ (คำตักเตือนให้การมีการทำความดี ละทิ้งความชั่ว)  ซึ่งจะมีการปฏิบัติเช่นนี้ทุกอาทิตย์  ผู้ชายที่ขาดไปทำละหมาดวันศุกร์ติดต่อกัน 3 อาทิตย์ถือว่าสิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิม
การแต่งกาย
         ชาวเกาะยาวได้เปลี่ยนแปลงการแต่งกายไปตามกาลสมัย  ในสมัยโบราณผู้หญิงจะนุ่งโสร่งปาเต๊ะ สวมเสื้อเข้ารูปคลุมผ้าคลุมศีรษะ ผู้ชายจะนุ่งโสร่งตาหมากรุก ใส่หมวกขาว หรือผ้าบัน ปัจจุบันผู้หญิงก็มีทั้งที่แต่งกายแบบเดิม และมีการเปลี่ยนในส่วนของเสื้อแต่การนุ่งโสร่งปาเต๊ะก็ยังมี สวมกางเกงมีน้อยมาก
ใช้ผ้าคลุมศีรษะที่ทำสำเร็จรูป ผู้ชายแต่งกายตามสมัยนิยม
นิกะฮ์
           คือ การประกาศการเป็นสามี ภรรยา ตามหลักศาสนาอิสลาม หลังจากนิกะฮ์ จะมีการจัดงานแต่งงาน หรือไม่มีก็ได้เพราะถือเป็นการกระทำถูกหลักศาสนาอิสลามแล้ว ทั้งนี้การนิกะฮ์นั้นฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงต้องเป็นมุสลิม หรือคนศาสนาอื่นที่เข้ารับอิสลาม แล้วเริ่มด้วยผู้ใหญ่ฝ่ายชายทาบทามผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิง ที่ทั้งคู่ชอบพอกัน เมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายชายได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงต้องสอบถามลูกสาวตนเองว่าชอบพอฝ่ายชายหรือเปล่า ถ้าลูกสาวตอบตกลงผู้ใหญ่ฝ่ายจะต้องไปพูดคุยตกลงกันกับผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงอีกครั้ง เพื่อกำหนดวันแต่ง และอื่นๆ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำการตกลงกันให้เรียบร้อย แล้วกำหนดวันแต่งงาน โดยให้ผู้มีความรู้เรื่องดูฤกษ์ เป็นผู้กำหนด วันอันเป็นมงคล เมื่อถึงกำหนดวันมงคล หมอบ่าวก็ต้องทำพิธีพาเจ้าบ่าวไปบ้านเจ้าสาว เรียกว่า การพาบ่าวระหว่างทางมีการร้องเพลงพาบ่าว ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวก็เตรียมสำหรับนิกะฮ์ในพิธีนี้ ผู้นำทางศาสนา หรือพ่อเจ้าสาวเป็นผู้นิกะฮ์ให้โดยในพิธีพ่อของเจ้าสาวต้องถามเจ้าสาวก่อนว่าเธอยอมรับผู้มาสู่ขอเป็นสามีหรือไม่ ถ้าลูกสาวยอมรับ ฝ่าชายก็เอาขันหมากออกมานับเงินที่เป็นสินสอด เป็นการแสดง ว่าเงินทองนั้นครบตามตกลงกันไว้ แล้วพ่อเจ้าสาวกล่าวคำนิกะฮ์ แล้วเจ้าบ่าวกล่าวตามและตอบรับคำ นิกะฮ์ แล้วผู้ทำพิธีถามพยานว่าถูกต้องชัดเจนหรือไม่ ถ้าถูกต้องเป็นอันเสร็จพิธี หลังจากนั้นมีการเลี้ยงอาหารกับผู้มีเกียรติ
รดน้ำ
            
การรดน้ำเป็นพิธีหนึ่งของการแต่งงาน คือ ชาวเกาะยาว เมื่อแต่งงานส่งตัวเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าห้องหอแล้วปล่อยให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตลอดทั้งคืน รุ่งเช้า เจ้าบ่าว เจ้าสาวจะนั่งคู่กันที่ขั้นบันได ผู้เป็นพ่อแม่เอาน้ำมนต์ที่อยู่ในกามารดลงที่เจ้าบ่าวละเจ้าสาวจนเปียก บ้านที่ไม่มีบันไดให้นั่งเก้าอี้แทน
การทำบุญชักเรือ หรือการทำนู่หรีลงจากคานเรือ โดยมีวิธีเชิญผู้รู้ หรือผู้นำทางศาสนาทำพิธีสวดมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลกับเครื่องมือทำมาหากินของชาวประมง ซึ่งมีของที่ใช้ทำพิธี คือ ข้าวเหนียวเหลือง ข้าวเหนียวขาว แกงไก่ โดยเฉพาะไก่ขาว คือไก่ที่มีขนสีขาวจะได้รับความนิยมมาก เพราะถือว่าสีว่าเป็นสีบริสุทธิ์  แกงเป็ด เมื่อผู้ทำพิธีเสกน้ำเสร็จ ให้เจ้าของเรือเอาน้ำกับย่านม้า (พืชสมุนไพรที่ คนสมัยก่อนใช้สระผม ) สระหัวหรือเอาใบเฉียงพร้าจุ่มน้ำมนต์พรมให้ทั่วเรือ ตาม ด้วยแป้งหอม แล้วรมควันด้วยกำยานให้ ตลอดลำเรือ แล้วนำผ้า 3 สี (แดง ขาว น้ำเงิน) ผูกรวมกันที่หัวเรือ เชื่อกันว่าไม้ที่นำมาทำเรือมีแม่ย่านางสถิตอยู่ เปรียบได้เหมือนผู้หญิงที่รักสวยรักงามแม้แต่การตั้งชื่อเรือแต่ละลำคล้ายชื่อผู้หญิง เช่น ตั้งชื่อเรือโดยใช้ชื่อของลูกสาว เป็นต้น
การลงเสาเอก
        เมื่อมีการสร้างบ้านทุกครั้ง ต้องมีของมีค่าและเป็นสิริมงคลในฐานเสาแรก เช่น เหรียญเงิน ทองคำ ไว้ในฐาน บนปลายเสา
จะผูกด้วยรวงข้าว มะพร้าวงอก และผ้าสามสี (ขาว แดง น้ำเงิน)  เพราะเชื่อกันว่า
  -รวงข้าว สื่อความหมายว่า ให้ได้เข้ามาในการทำมาหากินอย่างไม่ขาดตอน
  -ด้าย สื่อความหมายว่า ให้ได้เข้ามาสิ่งที่เจ้าของบ้านปรารถนา
  -มะพร้าวงอก สื่อความหมายว่า ความมั่นคงเจริญงอกงามของเจ้าของบ้านและสมาชิกในบ้าน
การทำนู่หรี คือ การทำบุญในท้องถิ่นเกาะยาว มีการทำบุญหลายแบบ ทั้งทำบุญขึ้นบ้านใหม่ โกนหัวเด็ก ทำบุญให้คนตาย  (ขอจากพระผู้เป็นเจ้า).  แต่ทุกครัวเรือนทุกคนถือปฏิบัติเหมือนกัน เป็นการทำอาหารเลี้ยงคนจำนวนมากที่มาร่วมพิธี ก็คล้ายกับการทำบุญของศาสนาพุทธ
เฝ้าเปลว (สุสาน)
คือ การอ่านคัมภีร์อัล-กุรฺอาน ที่กุโบร์ (หลุมศพ) หลังจากมีคนตาย โดยจะญาติของผู้ตายและคนในหมู่บ้านปลัดเปลี่ยนกันเฝ้า โดยขึ้นอยู่กับเจ้าภาพว่าจะเฝ้ากี่คืน บางคนก็ 3 บางคนก็ 7 แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กๆอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ประลุสภาวะก็ไม่ต้องเฝ้า  เพราะถือว่ายังไม่มีบาป  และบางนิกาย ก็ไม่มีการเฝ้าเปลว เมื่อมีการฝังศพแล้ว ก็เป็นว่าเสร็จสิ้น
ใส่สี่สิบ
            คือ เมื่อมีการเสียชีวิตของคนในครอบครัว เมื่อครบกำหนดการตาย 40 วัน ครอบครัวที่มีผู้เสียชีวิตนั้น ก็มีการทำบุญ (นู่หรี) เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต
ขึ้นเปล
         
เป็นพิธีกรรมของคนเกาะยาว เมื่อครอบครัวมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้น เด็กทารกเกิดได้ 7 วัน ครอบครัวก็จัดพิธีขึ้นเปลในพิธีมีการมีการโกนผมไฟ (ผมที่ติดมาตั้งแต่เกิด)  โดยมีผู้นำทางศาสนาเป็นผู้ทำพิธี คือ เขาจะเอาฮ้องมาแตะปากเด็กทารก แล้วอุ้มเด็กส่งต่อไปให้ผู้เข้าร่วมพิธีจนครบทุกคนแล้ว ใส่เด็กให้นอนบนเปลที่ทำขึ้นมา แล้วตั้งชื่อให้เด็กเสร็จพิธีแล้วจึงทะบุญ (นู่หรี)
พิธีเข้าสุนัต
            เป็นพิธีกรรมการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชาย ที่นับถือศาสนาอิสลาม ชาวเกาะยาวนิยมทำพิธีเข้าสุนัตให้กับบุตรหลานตอนอายุ 5 - 8 ขวบ ในสมัยโบราณทำ ตอนอายุ 9 -14 ปี ปัจจุบันเครื่องมือที่ใช้ขลิปทันสมัยจึงทำตั้งแต่อายุน้อยๆ จากการบอกเล่าของคนสมัยโบราณจะมีการตัดด้วยมีด แต่ปัจจุบันตัดกับใบมีดผ่าตัด หรือตัดกับกรรไกรแล้วใช้เข็มเย็บแผล พร้อมรับประทานยาแก้ปวดและแกอักเสบ ใช้เวลาประมาณ 3 - 7 วันก็หาย ในพิธีเข้าสุนัตครอบครัวที่รับเป็นเจ้าภาพักจะทำบุญเลี้ยงหมอ และบุคคลที่ไปดู ไปให้กำลังใจ ผู้ที่ไปดูจะให้เงินแก่เด็กที่เข้าสุนัตเพื่อเป็นกำลังใจ ในการทำพิธีผู้ใหญ่จะพาเด็กไปอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะเพศก่อนเข้าพิธี
เดือนบวช
           คือ เดือนรอมฎอนตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งปีในอิสลามจะเรียกว่าฮิจญ์เราะ ห์ศักราช ซึ่งมุสลิมทั่วโลก
จะต้องถือศีลอด (บวช) โดยการการละเว้นการดื่มกิน (และข้อห้ามอื่นๆ ตามบัญญัติศาสนา) ตั้งแต่แสงอรุณขึ้นจนตะวันลับขอบฟ้า
มุสลิมทุกคนจะให้ความสำคัญกับเดือนนี้เป็นอย่างมากเพราะเชื่อว่าเป็นเดือนที่ประเสริฐ ประตูนรกปิด  ประตูสวรรค์เปิด
ค่ำ 27 ของการถือศีลอด          เมื่อมุสลิมถือศีลอดมาจนถึงวันที่ 27 ของเดือน ในคืนนั้น ผู้ที่ศรัทธาในศาสนาจะเฝ้าภาวนาตลอดทั้งคืน ถ้าผู้ใดโชคดีผู้นั้นจะได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ หรือตามในสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานมาให้แก่เขาผู้นั้นสิ่งที่ได้มาอาจมาในรูปแบบของธรรมชาติ หลายๆ รูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งอัศจรรย์มาก
วันฮารีรายอ
           คือ วันออกบวช โดยการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีการละหมาดอีดิลฟิตรี (ฮารีรายอ) ร่วมกันที่ มัสยิด มีการเลี้ยงอาหาร บริจาคทาน เยี่ยมกุโบร์ (สุสาน) เยี่ยมญาติพี่น้องต่างถิ่น ซึ่งบรรดามุสลิมชาย หญิงจะแต่งกายด้วยชุดใหม่ๆ พรมน้ำหอม ซึ่งในหนึ่งปีจะมีวันฮารีรายอสองครั้ง คือ อีดิลฟิตรี และอีดิลอัฎฮา
               
เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์
         ในทุกปีจะต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ยังประเทศซาอุดิอารเบีย  ซึ่งเป็นการไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม
                สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความน่าสนใจของคนบนเกาะแห่งนี้  ที่เราจะได้พบนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ  โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบทะเล  การดำน้ำ  เพราะบริเวณโดยรอบของเกาะยาวมีเกาะเล็กเกาะน้อยอีกเป็นจำนวนมากที่รอให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส
สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะสวย  หาดขาว  น้ำใจ  อุดมไปด้วยสัตว์น้ำ
                การเดินทาง
         เดินทางโดยทางเรือ  ขึ้นเรือตรงท่าเรือบางโรง  จังหวัดภูเก็ต มีทั้งเรือเช่าเหมาลำ  และเรือที่ให้บริการที่ออกเป็นรอบ มีทั้งเรือหางยาวเหมาะสำหรับคนที่ต้องการชมธรรมชาติระหว่างการเดินทาง  อัตราค่าบริการคนละ 120 บาทต่อคน  ซึ่งจะถูกกว่า   Speed Boat  ที่เป็นเรือที่มีความเร็ว  อัตราค่าบริการคนละ  200 บาทต่อคน